ความเห็นของผู้เล่น TESTIMONIALS

ความเห็นเกี่ยวกับกีฬาไวเซอร์

“คณะกรรมการโอลิมปิกสากลและสมาคมมวยนานาชาติได้ส่งจดหมายแสดงความยินดีแก่คณะกรรมการกีฬาไวเซอร์โลกโดยได้ยกย่องกีฬาไวเซอร์เป็นอย่างมากว่าเป็น “กีฬาประเภทลูกที่ดีเลิศ” ”

จากคู่มือกฏกติกากีฬาไวเซอร์ ฉบับที่ 1.0 ลงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2556 โดยคณะกรรมการกีฬาไวเซอร์โลก


ศาสตราจารย์ ดร. เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ (นักวิชาการอาวุโส มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และประธานสถาบันอนาคตศึกษาเพื่อการพัฒนา)

กีฬาไวเซอร์เป็นกีฬาที่ออกแบบให้เล่นกันเป็นทีม ๆ ละ 5 – 7 คน แบ่งเป็น 2 ทีมแข่งขันกันตามกติกาที่กำหนด สามารถเล่นได้ทุกเพศ ทุกวัย ไม่มีข้อจำกัด ค่าใช้จ่ายไม่แพง และมีความปลอดภัยสูง ข้อดีของกีฬาประเภทนี้ก็คือ ช่วยพัฒนาทักษะการทำงานเป็นทีม การเสริมสร้างความสามัคคีปรองดอง การวางแผนอย่างมียุทธศาสตร์ ช่วยพัฒนาทักษะการคิด และการเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม รวมถึงการได้เคลื่อนไหวร่างกายครบทุกส่วน ปัจจุบันมีเล่นกันในหลายประเทศ เช่น อเมริกา ญี่ปุ่น เป็นต้น ซึ่งหากจะส่งเสริมให้เล่นกันในโรงเรียนน่าจะเป็นประโยชน์ เพราะนอกจากจะทำให้
ร่างกายแข็งแรงแล้ว ยังมีส่วนช่วยพัฒนาทักษะสังคมและจิตสาธารณะเห็นแก่ประโยชน์ส่วนร่วมให้กับเด็กนักเรียนด้วยอีกทางหนึ่ง


อาจารย์ เอนก นาคะบุตร (ประธานมหาวิชชาลัยภูมิปัญญาชุมชนท้องถิ่น)
จากการให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ ตุลาคม พ.ศ.2557

มีความตื่นเต้นตลอดเวลาในการเล่นไวเซอร์ ผู้เล่นแต่ละคนต้องศึกษาและใช้กลยุทธ์แบบนาทีต่อนาที เพื่อเปลี่ยนทิศทางของเกมส์ให้ได้เปรียบฝ่ายตรงข้าม
ในฐานะผู้เล่น..การชนะไม่ใช่เป้าหมายสูงสุดของผม แต่เป็นการได้เรียนรู้ทุกการเคลื่อนไหวของคู่แข่ง การคิดและการวางแผนในการเล่นเกมส์ เป็นความท้าทายอย่างยิ่ง
ผมเล่นกีฬามาหลายชนิด ถือว่าไวเซอร์ เป็นกีฬาที่ลึกซึ้งและมีความซับซ้อนมากๆ จะต้องคิดและวางแผนตลอดและทุกครั้งของการโยนลูก
ผมจึงได้นำกีฬาไวเซอร์มาเป็นกีฬาประจำมหาวิชชาลัยด้วยแล้ว เพราะไวเซอร์มีประโยชน์ต่อบุคคล หมู่คณะและชุมชน
ปัจจุบัน ผมได้บรรจุไวเซอร์เป็นวิชา โดยให้ศิลปาจารย์จิตอาสาปรับใช้ไวเซอร์กับวิชาการวางแผนกลยุทธ์ ใช้เทคนิค AAR – After Action Review ในการถอดรหัสหลังการเล่นกับนักเรียนและผู้เล่น และจากผลของ AAR ยืนยันได้ว่านักเรียนได้เรียนรู้และรับประโยชน์จากการเล่น ไวเซอร์อย่างมาก
กีฬาทุกชนิดสร้างคน ส่วนไวเซอร์สร้างคนและปัญญา


ดร.ภญ.พัชราภรณ์ ปัญญาวุฒิไกร  (อาจารย์จิตอาสา สถาบันอาศรมศิลป์ / นักวิชาการอิสระด้านเภสัชกรรมและสุขภาพ / นักวิจัยด้านการพัฒนาเด็กและครอบครัว)

สะท้อนความคิดและประสบการณ์สู่วิชาการ … ผลของการเล่น Wiser Sport

จากการเล่น Wiser Sport ด้วยตนเอง เป็นกรรมการ และรวบรวมจากผู้เล่น นักศึกษา อาจารย์ และครอบครัว ที่มาร่วมเล่นเกมกีฬานี้ เห็นว่า กีฬาไวเซอร์ช่วยพัฒนาตนเองของผู้เล่นแบบสุขภาวะองค์รวม (holistic health) คือ พัฒนาทางกาย (physical health) พัฒนาทางใจ/อารมณ์ (mental health) พัฒนาทางสังคม (social health) และพัฒนาทางจิตปัญญา/จิตวิญญาณ (spiritual health) ด้วยวิธีการเล่น ที่ผู้เล่นต้องเคลื่อนไปตามตำแหน่งของลูก การโยนลูก เป็นการปรับร่างกายให้สมดุล ช่วยส่งเสริมความแข็งแรง (strength) และความยืดหยุ่น (flexibility) ให้กล้ามเนื้อและร่างกาย ในขณะเดียวกัน การกะระยะ การโยนลูกไปสู่เป้าหมายที่มองไว้ จะช่วยฝึกทักษะความแม่นยำ ความคล่องแคล่ว ความกระฉับกระเฉง และการทรงตัว นั่นคือ ภาวะทางจิตต้องมั่นคง สามารถจดจ่อ มีสมาธิ อดทนและรอคอย พร้อมรับกติกา เป็นการปรับตัวเข้ากับกลุ่มคนในสังคม เรียนรู้ที่จะสนุกและมีความสุขในการทำกิจกรรมกับผู้อื่น การที่เล่นเป็นทีม ทำให้ต้องมองภาพรวม และออกแบบการเล่นของตนให้สัมพันธ์กับผู้อื่น ทั้งคนในทีมเดียวกัน และทีมฝั่งตรงข้าม ผู้เล่นจึงต้องคิดวางแผน และรับฟังมุมมองของผู้เล่นในทีม เพื่อออกแบบแผนการเล่นของทีมให้แยบยล เป็นการเรียนรู้ประชาธิปไตยพื้นฐาน ทั้งเรียนรู้ในด้านความมีน้ำใจนักกีฬา ยอมรับสภาพจริงที่เกิดขึ้น เรียนรู้ที่จะแก้ไขพัฒนาเพื่อปรับปรุงให้ดีขึ้น และเรียนรู้ที่จะเป็นอิสระอย่างมีวินัย การเล่น Wiser Sport จึงช่วยพัฒนาความฉลาด 4 Q นั่นคือ ความฉลาดทางปัญญา (IQ – Intelligent Quotient) ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ – Emotion Quotient) ความฉลาดทางคุณธรรม (Moral Quotient) และความฉลาดด้านความอดทนต่อสถานการณ์อันไม่พึงประสงค์ (Adversity Quotient) ซึ่งสอดคล้องกับการมองด้วยวิชาการตามแนวคิดการเรียนรู้บนฐานของสมอง (Brain-Based Learning) การเล่น wiser sport จึงเป็นการออกกำลังสมอง (Brain Jogging) เนื่องจากการกำหนดให้ร่างกายต้องเคลื่อนไหวในช่วงเวลาที่กำหนด เป็นการออกกำลังกายเบาๆ ในขณะที่สมองก็ต้องคิดพิจารณา คิดซับซ้อน คิดเป็นระบบ คิดเชื่อมโยง และต้องทำสมาธิ จดจ่อ เมื่อต้องโยนลูก เป็นการออกกำลังสมอง ให้มีความเฉียบคม มีความพร้อมที่จะใช้ความคิดแก้ไขปัญหาต่างๆ ไม่อ่อนล้าง่ายเมื่อเจอปัญหายุ่งยาก ซับซ้อน การเล่นนี้จึงเป็นการช่วยเพิ่ม การแตกแขนงกิ่งก้านสาขาของเซลล์สมองออกมา (synapse) พร้อมกับมีการหลั่งสารสร้างสุข (endorphine) ในสมอง เมื่อจบการเล่น อาจจะเหนื่อยเล็กน้อย แต่ไม่มีภาวะเครียด จะรู้สึกได้ว่า สดชื่น แข็งแรง มีความสมบูรณ์เต็มที่ พร้อมที่จะลุยงานใหม่ต่อไป การเล่น Wiser Sport ยังเป็นการฝึกให้ผู้เล่นมีทัศนคติที่ดีต่อปัญหาต่างๆ ในชีวิตและการทำงาน ผู้เล่นเกมกีฬานี้อย่างสม่ำเสมอ จะเป็นคนที่ชอบความยากชอบงานที่ท้าทายความสามารถ ไม่ย่อท้อหนีปัญหาง่ายๆ การเล่นเป็นประจำฝึกให้เกิดความเคยชินกับความยุ่งยากซับซ้อนวุ่นวาย เห็นเรื่องยากเป็นเรื่องง่ายธรรมดา อีกทั้งยังฝึกให้ผู้เล่นเป็นนักวางแผนกลยุทธ์ พัฒนาความคิดในเชิงวิเคราะห์ คือการกำหนดลักษณะของปัญหา พิจารณาค้นหาสาเหตุ ประเมินกำลังและสภาพแวดล้อม กำหนดทางเลือกที่เป็นไปได้ต่างๆ แล้วจึงตัดสินใจเลือกทางเลือกเพื่อให้สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ได้ อย่างดีที่สุด ทำให้เป็นคนสุขุมนุ่มลึก ละเอียดรอบคอบ สามารถตัดสินใจบนหลักของเหตุและผล ไม่ใช้อารมณ์

Wiser — Wiser … ทักษะทางปัญญาจากการเล่น wiser sport
การเล่น wiser sport เป็นประจำจะช่วยฝึกนิสัย ทัศนคติ จนกระทั่งอาจถึง สัญชาติญาณ (ถ้าเล่นจนพัฒนาเป็นทักษะ) และปรับพฤติกรรม ในด้านต่างๆ ดังนี้
1. การพัฒนาตนเอง การสร้างความสำเร็จจากการเริ่มต้นที่ตนเอง
2. การเป็นคนช่างสังเกต การพิจารณาประมวลผล
3. การเป็นคนแม่นยำ เที่ยงตรง ฉับไว อย่างมีสติ
4. การวางแผน การตัดสินใจโดยใช้หลักเหตุผล มิใช่อารมณ์
5. การสร้างความสำเร็จ จากการผสมผสานระหว่าง การกำหนดนโยบาย กลยุทธ์ และ ยุทธวิธี ที่ดีพร้อม
6. การปรับกลยุทธ์ตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป ยอมรับความจริงและพร้อมที่จะปรับปรุงพัฒนา
7. การพิจารณาใช้ทรัพยากรทั้งหลายไปในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของเรา ไม่ใช่เพียงเพื่อเอาชนะ
8. การมีน้ำใจ การแบ่งสรรปันส่วน การแบ่งบทบาทหน้าที่
9. การจัดลำดับความสำคัญของงานต่างๆ โดยเฉพาะงานด่วนต้องทำก่อนงานใหญ่เสมอ
10. การจัดดุลยภาพระหว่างเรื่องราวต่างๆ ที่ต้องเกี่ยวข้องในชีวิต
11. การศึกษา “กำลัง” ที่เกิดจากการวางลูกบนสนาม การเปรียบเทียบกำลัง สะสมกำลัง การป้องกันการเสื่อมสลาย และสุดท้ายคือการใช้ “กำลัง” อย่างมีธรรมะเพื่อการสร้างสรรค์
12. การรู้จักประมาณ และเคารพผู้อื่น ในฐานะที่ต่างก็มีโอกาสเท่าเทียมกัน
13. เมื่อผู้เล่นทั้ง 2 ฝ่าย มีฝีมือทัดเทียมกัน คนแพ้ก็คือ คนที่ทำผิดหรือคนที่ไม่มีสมาธิมากกว่า จึงเป็นการฝึกสติ ฝึกสมาธิ ฝึกให้มีความสุขุมรอบคอบ ควบคุมตัวเองให้ทำผิดน้อยที่สุด รู้จักอดทนอดกลั้น มีความพยายามประคองตัวเองเมื่อเพลี่ยงพล้ำ และแม้ว่าจะแพ้ก็ให้ประโยชน์ ในด้านการเตือนสติว่า ให้สำรวจตัวเองว่าเราได้ทำอะไรไปบ้าง จุดบกพร่องของเราอยู่ที่ไหน
14. การเรียนรู้ที่จะอยู่กับตนเอง อยู่กับหมู่คณะเป็นกลุ่มเล็กกลุ่มใหญ่ เนื่องจากการเล่น wiser sport สามารถ เล่นได้ ตั้งแต่ 1 – 7 คน


คุณโจ วิชัย (ผู้เล่น) เล่าสู่กันฟังใน Facebook

คำถาม”ไวเซอร์คืออะไร” เป็นคำถามที่เพื่อนหลายๆ คนถาม ผมก็ได้ตอบแบบภาษาชาวบ้านๆให้เข้าใจแบบง่ายๆว่า ไวเซอร์ ก็คือ เกมส์กีฬาชนิดหนึ่ง ถ้าดูแบบผิวเผิน ก็จะคล้ายเปตองที่หลายๆคนคุ้นเคย แต่มีกติกาที่ละเอียดกว่า มีอุปกรณ์การเล่นเยอะกว่า รูปแบบการเล่นและระหว่างที่เล่นจะรู้สึกว่า เล่นได้สนุกกว่า
คำถามที่สะท้อนกลับมา”สนุกตรงไหน” สนุกตรงที่การเล่นไวเซอร์จะต้องเล่นกันเป็นทีม ทีมจะต้องร่วมมือกันวางแผนทั้ง รุก รับ ช่วยเหลือเพื่อน และเอาชนะทีมคู่แข่ง ทั้งทีมต้องคอยช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ไว้ใจกันและ ทีมก็ต้องปรึกษาการวางแผนด้วยกันตลอดเวลา
ผมได้มีโอกาสได้เล่น 2-3ครั้ง พบว่า…เกมส์ไวซอร์…จะเล่นให้สนุกต้องเล่นด้วยใจ ใจที่พร้อมยอมรับกับความคิดเห็นส่วนรวม(ของทีม) เล่นเกมส์.ไวเซอร์ด้วยสมอง คือร่วมกันวางแผน เพื่อเป้าหมายของทีมเช่น ช่วยเพื่อนที่ต้องหยุดการเล่น และเอาชนะทีมคู่แข่ง เล่นเกมส์.ไวเซอร์..ได้สุภาพที่ดี..จากการกระโดดดีใจที่ตีลูกของคู่แข่งได้ ได้เดินเป็นยะระทางที่ยาวขึ้น จากการเล่นเกมส์.ไวเซอร์สปอร์ต..พบว่าเป็นเกมส์กีฬาที่เป็นได้มากกว่าความสนุก และผมจะไม่ลังเลใจเลยถ้ามีใครจะมาชวนผมเล่น…เกมส์ไวเซอร์สปอร์ต..ผมจะลงเล่นทันทีที่มีคนอื่นชวน…ไวเซอร์สปอร์ต…เกมส์ที่เป็นมากกว่ากีฬา

Scroll to top